เกษตรกรไทยในแปลงเกษตร

GROWERY · PLANT NUTRITION

บำรุงให้ตรงจุด
เริ่มจากรากสู่ผลผลิต

อาหารเสริมพืชชนิดเข้มข้นจากสารสกัดสมุนไพรไทย
สำหรับการดูแลพืชอย่างเป็นระบบ

✓ 2 ขนาด ✓ หลายกลุ่มพืช ✓ มีทีมงานแนะนำ
สารสกัดจากพืชส่วนประกอบตามฉลาก
สูตรเข้มข้นใช้ตามอัตราแนะนำ
หลายกลุ่มพืชพืชไร่ ผัก และไม้ผล

WHY GROWERY

ทำไมต้องเลือก Growery

ระบบรากพืชสมบูรณ์ในดินดูแลพืชโดยมองทั้งราก ดิน น้ำ และใบ
10+

ประสบการณ์พัฒนา

แนวคิดผลิตภัณฑ์ผ่านการพัฒนาและทดลองใช้งานต่อเนื่องกว่า 10 ปี

หลายชนิด

ใช้กับพืชหลากหลาย

ครอบคลุมพืชไร่ ยางพารา ผัก ไม้ผล และไม้ประดับ

เป็นระบบ

ดูแลจากรากสู่ใบ

ใช้ร่วมกับการจัดการน้ำ ดิน ปุ๋ย และสุขอนามัยแปลง

มีคำแนะนำ

เลือกอัตราตามพืช

มีตารางอัตราใช้และช่องทางปรึกษาก่อนเริ่มใช้งาน

STANDARD MANUFACTURING

โรงงานผลิตมาตรฐาน

โรงงานและมาตรฐานการผลิต Growery 1
โรงงานและมาตรฐานการผลิต Growery 2
โรงงานและมาตรฐานการผลิต Growery 3

GROWERY MEDIA

ภาพความรู้และการใช้งาน Growery

Growery 01
Growery 02
Growery 03

PROBLEM → CARE

ปัญหา → แนวทางดูแล

เริ่มจากสังเกตอาการ แยกความเป็นไปได้ แล้วจึงเลือกวิธีดูแลที่เหมาะสม

01

สังเกต

สีใบ จุดใบ การเติบโต ราก กลิ่นดิน และความชื้น

→
02

ตรวจสาเหตุ

ดิน น้ำ ธาตุอาหาร โรค แมลง และสภาพอากาศ

→
03

วางแผนดูแล

แก้ต้นเหตุและใช้ Growery เป็นส่วนเสริมตามฉลาก

→
04

บันทึกผล

ถ่ายภาพจุดเดิม เวลาเดิม และเปรียบเทียบเป็นช่วง

PRODUCTS

ผลิตภัณฑ์ Growery 2 ขนาด

เลือกขนาดทดลองหรือขนาดสำหรับดูแลแปลงต่อเนื่อง

ชุดซองและขวดผลิตภัณฑ์ Growery ขนาด 10 ซีซี

10 CC

ขนาดเริ่มทดลอง

159 บาท

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มใช้กับพื้นที่ทดลอง

สอบถาม / สั่งซื้อ

CROP APPLICATION

แนะนำข้อมูลการใช้ตาม ชนิดพืช

แนะนำการใช้ Growery ตามชนิดพืช 1
แนะนำการใช้ Growery ตามชนิดพืช 2
แนะนำการใช้ Growery ตามชนิดพืช 3
แนะนำการใช้ Growery ตามชนิดพืช 4

CROP GUIDE

เลือกข้อมูลตาม ชนิดพืช

แปลงข้าว

พืชไร่

ดูแลตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ถึงระยะแตกกอ

สังเกตราก สีใบ การแตกกอ และความสม่ำเสมอของต้น ควบคู่กับการจัดการน้ำและธาตุอาหารตามผลวิเคราะห์ดิน

อัตราแนะนำแช่เมล็ด 1 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร หรือฉีดพ่นทุก 20–30 วัน
  • ✓ แช่เมล็ดก่อนหว่านตามคำแนะนำ
  • ✓ พ่นละอองฝอยให้ทั่วใบ
  • ✓ บันทึกผลเป็นช่วงเวลาเดียวกัน
ปรึกษาวิธีใช้สำหรับข้าว →

APPLICATION GUIDE

อัตราการใช้ ที่แนะนำ

ข้อมูลอัตราผสม ความถี่ และวิธีใช้จากเอกสารที่แนบ ควรอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ทุกครั้งก่อนใช้งาน

ประเภทพืชสำหรับฉีดพ่นทางใบอัตราใช้วิธีใช้
พืชไร่ ไม้ยืนต้น ไม้ผล และปาล์มทุกชนิด1 ซีซี / น้ำ 20 ลิตรฉีดพ่นทุก 20–30 วัน
ถั่ว ธัญพืช และพืชผักทุกชนิด1 ซีซี / น้ำ 30 ลิตรฉีดพ่นทุก 15–20 วัน
ไม้ดอก ไม้ประดับ กล้วยไม้ และเห็ดทุกชนิด1 ซีซี / น้ำ 40 ลิตรฉีดพ่นทุก 15–20 วัน
ช่วงเวลาที่เหมาะ

ฉีดพ่นเวลา 05.00–09.00 น. และหลีกเลี่ยงช่วงแดดจัดหรืออากาศร้อน

ปรับหัวฉีดเป็นละอองฝอย

พ่นเป็นหมอกบาง ๆ ให้ทั่ว เพื่อให้ใช้อย่างประหยัดและเกิดประโยชน์ต่อพืช

พักน้ำที่มีคลอรีน

พักน้ำ 2–3 วัน เพื่อให้คลอรีนระเหยออกก่อนนำมาผสม

เสริมการบำรุงดิน

หลังฉีดพ่น 5–7 วัน ให้ใส่ปุ๋ยทางดินตามแผนดูแลแปลง

ผักกินใบและพืชอายุสั้น

ฉีดพ่นทุก 7–10 วัน

ชุบ/คลุกเมล็ด ตัดแต่งกิ่ง และฟื้นฟูต้นไม้

ข้าว1 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร

แช่ 1 วัน / พัก 1 คืน ก่อนนำไปหว่าน

อ้อย / มันสำปะหลัง1 ซีซี / น้ำ 10 ลิตร

ชุบท่อนพันธุ์ก่อนนำไปปลูก

ข้าวโพด1 ซีซี / น้ำ 10 ลิตร

คลุกเมล็ดให้ทั่วก่อนหยอดในหลุม

ยางพารา1 ซีซี / น้ำ 10 ลิตร

ฉีดพ่นหน้ายางตายทุก 10 วัน

พืชผักทุกชนิด1 ซีซี / น้ำ 10 ลิตร

คลุกเมล็ดให้ทั่วก่อนปลูก

ผลไม้ทุกชนิด1 ซีซี / น้ำ 10 ลิตร

พ่นหลังตัดแต่งกิ่งทุก 7 วัน / พ่นทางใบเพื่อดึงช่อทุก 15 วัน

APPLICATION GUIDE

อัตราการใช้
Growery 10 และ 100 ซีซี

ดูอัตราผสมน้ำ ความถี่ในการพ่น วิธีแช่เมล็ดข้าว และเทคนิคการใช้งานสำหรับพืชแต่ละกลุ่มได้จากเอกสารฉบับเต็ม

ดูอัตราการใช้ฉบับเต็ม
อัตราการใช้ Growery ขนาด 10 และ 100 ซีซี

FARMER SUPPORT

Growery ผู้ช่วยเกษตรกร

Growery ผู้ช่วยเกษตรกร 1
Growery ผู้ช่วยเกษตรกร 2
Growery ผู้ช่วยเกษตรกร 3
Growery ผู้ช่วยเกษตรกร 4
Growery ผู้ช่วยเกษตรกร 5
Growery ผู้ช่วยเกษตรกร 6

PLANT HEALTH LIBRARY

อาการโรคพืชและปัญหา ที่ควรเฝ้าระวัง

อาการเดียวกันอาจเกิดจากโรค แมลง น้ำ ดิน หรือธาตุอาหาร จึงควรวินิจฉัยก่อนเลือกวิธีจัดการ

ตัวอย่างแปลงข้าว
จุดสังเกต

ข้าว

ใบมีจุด สีใบซีด ต้นแคระ หรือรวงไม่สม่ำเสมอ

อ่านข้อมูล 7 ประเด็น
  1. ตรวจสีใบ จุดสีน้ำตาล และขอบใบไหม้
  2. สังเกตการแตกกอและความสูงของต้น
  3. ตรวจโคนต้น ราก และกลิ่นผิดปกติ
  4. ทบทวนระดับน้ำและการระบายน้ำ
  5. ตรวจแมลงและร่องรอยการกัดกิน
  6. เปรียบเทียบอาการหลายจุดในแปลง
  7. เก็บตัวอย่างส่งตรวจเมื่ออาการลุกลาม
FacebookLINE
ตัวอย่างแปลงยางพารา
จุดสังเกต

ยางพารา

ใบร่วงผิดฤดู จุดใบ เปลือกผิดปกติ หรือโคนชื้น

อ่านข้อมูล 7 ประเด็น
  1. สำรวจใบอ่อนและใบแก่แยกกัน
  2. ตรวจจุดใบและการร่วงผิดฤดู
  3. สังเกตเปลือกแตก แผล และน้ำยางผิดปกติ
  4. ตรวจความชื้นสะสมรอบโคน
  5. เปิดทรงพุ่มให้อากาศถ่ายเท
  6. แยกต้นที่อาการรุนแรงเพื่อตรวจสาเหตุ
  7. ปรึกษาเจ้าหน้าที่ก่อนใช้สารป้องกันโรค
FacebookLINE
ตัวอย่างแปลงมันสำปะหลัง
จุดสังเกต

มันสำปะหลัง

ใบด่าง ยอดหงิก เหี่ยว โคนเน่า หรือหัวผิดรูป

อ่านข้อมูล 7 ประเด็น
  1. เลือกท่อนพันธุ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้
  2. ตรวจใบด่างและยอดหงิกตั้งแต่ต้นเล็ก
  3. สังเกตแมลงพาหะใต้ใบและยอด
  4. ตรวจโคนต้นเมื่อพบอาการเหี่ยว
  5. ดูการระบายน้ำและความแน่นของดิน
  6. ถอนแยกต้นที่มีอาการรุนแรง
  7. ทำความสะอาดเครื่องมือก่อนย้ายแปลง
FacebookLINE
ตัวอย่างแปลงอ้อย
จุดสังเกต

อ้อย

ใบเหลือง ราสนิม แส้ดำ หรือกอเติบโตไม่สม่ำเสมอ

อ่านข้อมูล 7 ประเด็น
  1. ตรวจแผลราสนิมสีน้ำตาลบนใบ
  2. สังเกตแส้สีดำที่ยอดและหน่อข้าง
  3. ตรวจสีใบและความสม่ำเสมอของกอ
  4. เลือกพันธุ์สะอาดและเหมาะกับพื้นที่
  5. ลดเศษซากโรคและวัชพืชสะสม
  6. จัดน้ำและปุ๋ยให้สมดุลตามระยะ
  7. แจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อพบการระบาดเป็นวงกว้าง
FacebookLINE
ตัวอย่างแปลงไม้ดอกไม้ประดับ
จุดสังเกต

ไม้ดอกไม้ประดับ

ใบซีด ขอบใบไหม้ รากสั้น หรือดอกไม่สมบูรณ์

อ่านข้อมูล 7 ประเด็น
  1. ตรวจความชื้นวัสดุปลูกก่อนให้น้ำ
  2. สังเกตใบอ่อนและใบแก่แยกกัน
  3. ตรวจรากดำ รากสั้น และกลิ่นเน่า
  4. ทบทวนปริมาณแสงและอุณหภูมิ
  5. หลีกเลี่ยงปุ๋ยเข้มข้นเกินความจำเป็น
  6. ตัดส่วนเสียด้วยเครื่องมือสะอาด
  7. ทดลองปรับการดูแลในพื้นที่เล็กก่อน
FacebookLINE
ตัวอย่างแปลงทุเรียน
จุดสังเกต

ทุเรียน

โคนชื้น รากสีน้ำตาล ยอดแห้ง ใบไหม้ หรือราสีชมพู

อ่านข้อมูล 7 ประเด็น
  1. ตรวจทางระบายน้ำรอบทรงพุ่ม
  2. สังเกตรากฝอยและกลิ่นดิน
  3. ตรวจโคน กิ่ง และลำต้นหลังฝนตก
  4. เฝ้าระวังใบเหลืองและยอดแห้ง
  5. ตัดแต่งทรงพุ่มเพื่อลดความชื้น
  6. แยกกิ่งหรือผลเสียออกจากสวน
  7. ส่งตัวอย่างตรวจเมื่อสงสัยเชื้อโรค
FacebookLINE
ตัวอย่างแปลงมะม่วง
จุดสังเกต

มะม่วง

จุดดำ คราบบนใบ ช่อดอกแห้ง หรือผิวผลผิดปกติ

อ่านข้อมูล 7 ประเด็น
  1. ตรวจใบอ่อน ช่อดอก และผลแยกกัน
  2. สังเกตจุดดำและคราบบนผิว
  3. เปิดทรงพุ่มให้อากาศถ่ายเท
  4. ลดความชื้นสะสมช่วงออกดอก
  5. เก็บผลและใบเสียออกจากสวน
  6. ดูแมลงพาหะและรอยทำลาย
  7. เลือกแนวทางจัดการหลังวินิจฉัยสาเหตุ
FacebookLINE
ตัวอย่างแปลงลำไย
จุดสังเกต

ลำไย

จุดใบ ยอดแห้ง ช่อดอกไม่สม่ำเสมอ หรือผลเสีย

อ่านข้อมูล 7 ประเด็น
  1. สำรวจใบอ่อนหลังแตกยอด
  2. ตรวจทรงพุ่มด้านในที่ความชื้นสูง
  3. สังเกตช่อดอกและผลร่วงผิดปกติ
  4. ควบคุมการให้น้ำให้สม่ำเสมอ
  5. ตัดแต่งกิ่งซ้อนและกิ่งแห้ง
  6. ตรวจแมลงและรอยเจาะผล
  7. บันทึกอาการตามช่วงการเจริญเติบโต
FacebookLINE
ตัวอย่างแปลงลิ้นจี่
จุดสังเกต

ลิ้นจี่

ใบไหม้ จุดใบ ผลเน่า หรือร่องรอยแมลง

อ่านข้อมูล 7 ประเด็น
  1. ตรวจใบอ่อนและยอดหลังฝนตก
  2. สังเกตจุดใบและขอบใบไหม้
  3. ตรวจช่อดอกและผลอ่อนอย่างสม่ำเสมอ
  4. เปิดทรงพุ่มเพื่อลดความชื้น
  5. เก็บผลเสียออกจากแปลง
  6. สำรวจแมลงใต้ใบและบริเวณขั้วผล
  7. ขอคำวินิจฉัยก่อนเลือกสารจัดการ
FacebookLINE
ตัวอย่างแปลงผักเศรษฐกิจ
จุดสังเกต

ผักเศรษฐกิจ

กล้าเน่า เหี่ยว จุดใบ รากสั้น หรือโตช้า

อ่านข้อมูล 7 ประเด็น
  1. เริ่มจากเมล็ดและวัสดุเพาะสะอาด
  2. ตรวจความชื้นแปลงทุกวัน
  3. สังเกตโคนกล้าและระบบราก
  4. แยกต้นเหี่ยวออกจากแปลงทันที
  5. ลดการกระเด็นของดินขึ้นสู่ใบ
  6. เว้นระยะปลูกให้อากาศถ่ายเท
  7. หมุนเวียนพืชและทำความสะอาดอุปกรณ์
FacebookLINE
ดินแน่นและขาดความสมบูรณ์
ปัญหาดินไม่ได้มีแค่ “ปุ๋ยน้อย”ค่า pH น้ำ การระบายน้ำ และโครงสร้างดินมีผลต่อการดูดใช้ธาตุอาหาร

SOIL & NUTRIENTS

เมื่อดินขาดธาตุอาหาร
ต้องหาสาเหตุให้ตรงจุด

ใบเหลือง โตช้า รากสั้น หรือผลไม่สมบูรณ์ อาจเกี่ยวข้องกับธาตุหลัก N–P–K ธาตุรอง หรือจุลธาตุ แต่ก็อาจเกิดจาก pH ไม่เหมาะ ดินแน่น น้ำขัง และรากเสียได้เช่นกัน

ตรวจ pH และอินทรียวัตถุสังเกตการระบายน้ำเก็บตัวอย่างดินให้เป็นตัวแทนปรับธาตุอาหารตามผลวิเคราะห์

Growery เป็นอาหารเสริมพืช ไม่ทดแทนการตรวจดิน ปุ๋ยตามความต้องการ หรือการรักษาโรคพืช

FIELD RECORD

บันทึกผล ก่อนใช้–หลังใช้ 6 กลุ่มพืช

ข้าว สภาพก่อนเริ่มติดตามก่อนใช้
ข้าว สภาพหลังช่วงติดตามหลังใช้
ข้าวเปรียบเทียบความหนาแน่นของกอ สีใบ และความสม่ำเสมอของแปลง
ลำไย สภาพก่อนเริ่มติดตามก่อนใช้
ลำไย สภาพหลังช่วงติดตามหลังใช้
ลำไยเปรียบเทียบความสมบูรณ์ของทรงพุ่ม ใบ และการติดผล
มันสำปะหลัง สภาพก่อนเริ่มติดตามก่อนใช้
มันสำปะหลัง สภาพหลังช่วงติดตามหลังใช้
มันสำปะหลังเปรียบเทียบความหนาแน่นของทรงพุ่ม สีใบ และการเจริญเติบโต
ทุเรียน สภาพก่อนเริ่มติดตามก่อนใช้
ทุเรียน สภาพหลังช่วงติดตามหลังใช้
ทุเรียนเปรียบเทียบความสมบูรณ์ของยอด ใบ และทรงพุ่ม
มะม่วง สภาพก่อนเริ่มติดตามก่อนใช้
มะม่วง สภาพหลังช่วงติดตามหลังใช้
มะม่วงเปรียบเทียบความหนาแน่นของใบ ยอดใหม่ และรูปทรงของพุ่ม
ลิ้นจี่ สภาพก่อนเริ่มติดตามก่อนใช้
ลิ้นจี่ สภาพหลังช่วงติดตามหลังใช้
ลิ้นจี่เปรียบเทียบสีใบ ความสมบูรณ์ของทรงพุ่ม และการติดผล

THAI FARMERS · SUSTAINABLE FUTURE

เกษตรกรไทยยุคใหม่ สู่ความยั่งยืน

ไร่อ้อยที่สมบูรณ์01

ไร่อ้อยที่สมบูรณ์

เกษตรกรดูแลไร่อ้อยอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความสม่ำเสมอของกอและวางแผนเก็บเกี่ยวได้เหมาะสม

ทุเรียนจากสวนสู่ตลาด02

ทุเรียนจากสวนสู่ตลาด

การคัดและขนส่งผลผลิตอย่างระมัดระวัง ช่วยรักษาคุณภาพทุเรียนตลอดเส้นทางจากสวนถึงผู้ซื้อ

เทคโนโลยีโดรนในนาข้าว03

เทคโนโลยีโดรนในนาข้าว

การพ่นด้วยโดรนช่วยกระจายละอองสม่ำเสมอและลดเวลาทำงาน เมื่อวางแผนอัตราใช้และสภาพอากาศอย่างเหมาะสม

เก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง04

เก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง

ผลผลิตที่ดีเริ่มจากท่อนพันธุ์ ดิน น้ำ และการติดตามสุขภาพต้นตลอดฤดูปลูก

คุณภาพยางพาราก่อนส่งขาย05

คุณภาพยางพาราก่อนส่งขาย

การตรวจแผ่นยางก่อนจำหน่ายช่วยคัดคุณภาพและสร้างมาตรฐานที่สม่ำเสมอให้กับเกษตรกร

ความสุขของครอบครัวเกษตรกร06

ความสุขของครอบครัวเกษตรกร

ความยั่งยืนคือรายได้ ความรู้ สุขภาพ และการส่งต่ออาชีพเกษตรให้คนในครอบครัวอย่างภาคภูมิใจ

GROWERY KNOWLEDGE

สาระน่ารู้เรื่องพืช อ่านง่าย ตอบตรงคำถาม

ภาพปกบทความ อาหารเสริมพืชคืออะไร และต่างจากปุ๋ยอย่างไร?
บทความ 01

อาหารเสริมพืชคืออะไร และต่างจากปุ๋ยอย่างไร?

อาหารเสริมพืชมีหน้าที่สนับสนุนการดูแลพืช แต่ไม่ใช่สิ่งทดแทนธาตุอาหารหลักหรือการตรวจวิเคราะห์ดิน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมพับเก็บเนื้อหา +

อาหารเสริมพืชคือผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ร่วมกับแผนจัดการแปลง เพื่อสนับสนุนความสมบูรณ์ของต้น ระบบราก และการใช้ธาตุอาหารของพืช การเลือกใช้ควรเริ่มจากชนิดพืช ระยะการเจริญเติบโต และปัญหาที่พบจริงในพื้นที่

ปุ๋ยมีหน้าที่ให้ธาตุอาหารตามความต้องการของพืช ส่วนอาหารเสริมพืชทำหน้าที่เสริมการดูแลในภาพรวม จึงไม่ควรลดหรือหยุดปุ๋ยทันทีโดยไม่มีข้อมูลจากการวิเคราะห์ดิน ใบ หรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

  • ✓ ตรวจสภาพดินและน้ำก่อน
  • ✓ อ่านฉลากและใช้อัตราที่ระบุ
  • ✓ ติดตามผลร่วมกับแผนปุ๋ยเดิม
ภาพปกบทความ เลือกอัตราใช้ให้เหมาะกับพืชและพื้นที่อย่างไร?
บทความ 02

เลือกอัตราใช้ให้เหมาะกับพืชและพื้นที่อย่างไร?

การเพิ่มความเข้มข้นไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลดีกว่าเสมอไป ควรคำนวณจากปริมาณน้ำและประเภทพืช

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมพับเก็บเนื้อหา +

พืชแต่ละกลุ่มมีโครงสร้างใบ ระบบราก และรอบการเจริญเติบโตแตกต่างกัน อัตราที่เหมาะกับพืชไร่อาจไม่เหมาะกับผักหรือไม้ผล การตวงผลิตภัณฑ์และน้ำให้ถูกต้องจึงเป็นส่วนสำคัญของการใช้งาน

เริ่มทดลองในพื้นที่ขนาดเล็กก่อน เมื่อใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นควรทดสอบการผสมในภาชนะเล็ก สังเกตการตกตะกอน ความร้อน หรือการเปลี่ยนสี และหลีกเลี่ยงการผสมหลายชนิดโดยไม่มีคำแนะนำ

  • ✓ พืชไร่และยางพารา 1 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร
  • ✓ ผักและไม้ผล 1 ซีซีต่อน้ำ 30 ลิตร
  • ✓ ไม้ประดับ 1 ซีซีต่อน้ำ 40 ลิตร
ภาพปกบทความ ทำไมระบบรากและโครงสร้างดินจึงสำคัญ?
บทความ 03

ทำไมระบบรากและโครงสร้างดินจึงสำคัญ?

รากต้องการทั้งน้ำ อากาศ และพื้นที่ชอนไช หากดินแน่นหรือน้ำขัง การดูดใช้ธาตุอาหารจะลดลง

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมพับเก็บเนื้อหา +

ระบบรากเป็นจุดเริ่มต้นของการรับน้ำและธาตุอาหาร ดินที่แน่นเกินไปมีช่องอากาศน้อย รากใหม่เกิดได้ยาก และน้ำอาจระบายไม่ทัน ขณะที่ดินทรายจัดอาจสูญเสียน้ำและธาตุอาหารรวดเร็วเกินไป

การดูแลที่ดีควรพิจารณาเนื้อดิน อินทรียวัตถุ ค่า pH การระบายน้ำ และความชื้นร่วมกัน การเติมผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาโครงสร้างดินที่รุนแรงได้ทั้งหมด

  • ✓ ขุดดูรากฝอยและกลิ่นดิน
  • ✓ ตรวจพื้นที่น้ำขังหลังฝนตก
  • ✓ ส่งตรวจดินก่อนปรับธาตุอาหารจำนวนมาก
ภาพปกบทความ โรคพืชกับอาการขาดธาตุอาหารแยกกันอย่างไร?
บทความ 04

โรคพืชกับอาการขาดธาตุอาหารแยกกันอย่างไร?

ใบเหลือง จุดใบ และต้นแคระอาจมีหลายสาเหตุ ต้องดูรูปแบบการกระจายและตรวจทั้งราก ดิน น้ำ และแมลง

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมพับเก็บเนื้อหา +

อาการจากโรคพืชมักมีรูปแบบแผล การลุกลาม หรือการกระจายที่สัมพันธ์กับความชื้นและเชื้อสาเหตุ ส่วนอาการขาดธาตุอาจเริ่มที่ใบอ่อนหรือใบแก่ต่างกัน และมักสัมพันธ์กับค่า pH หรือความสามารถในการดูดใช้ธาตุอาหาร

อย่างไรก็ตาม อาการทั้งสองกลุ่มสามารถเกิดพร้อมกันได้ เช่น รากเสียจากน้ำขังทำให้พืชดูดธาตุอาหารไม่ได้และอ่อนแอต่อโรค หากอาการลุกลาม ควรส่งตัวอย่างให้หน่วยงานเกษตรหรือห้องปฏิบัติการตรวจยืนยัน

  • ✓ ถ่ายภาพทั้งต้นและระยะใกล้
  • ✓ ดูว่ากระจายเป็นหย่อมหรือทั่วแปลง
  • ✓ เก็บประวัติน้ำ ปุ๋ย และสภาพอากาศ
ภาพปกบทความ พ่นทางใบช่วงเวลาใดจึงเหมาะสม?
บทความ 05

พ่นทางใบช่วงเวลาใดจึงเหมาะสม?

ช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็นที่อากาศไม่ร้อนช่วยลดการระเหยและทำให้ควบคุมการพ่นได้สม่ำเสมอขึ้น

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมพับเก็บเนื้อหา +

โบรชัวร์ Growery แนะนำช่วง 05.00–09.00 น. และควรหลีกเลี่ยงช่วงแดดจัด อากาศร้อน ลมแรง หรือฝนใกล้ตก เพราะสภาพเหล่านี้ทำให้ละอองกระจายออกนอกเป้าหมายหรือแห้งเร็วเกินไป

ปรับหัวพ่นให้เป็นละอองฝอยบาง ๆ พ่นให้ทั่วพื้นที่เป้าหมายโดยไม่ให้ไหลหยด สวมอุปกรณ์ป้องกันตามความเหมาะสม และล้างอุปกรณ์หลังใช้งานทุกครั้ง

  • ✓ เช็กพยากรณ์ฝนก่อนพ่น
  • ✓ หลีกเลี่ยงลมแรงและแดดจัด
  • ✓ พ่นให้สม่ำเสมอ ไม่เพิ่มความเข้มข้นเอง
ภาพปกบทความ บันทึกภาพก่อน–หลังอย่างไรให้น่าเชื่อถือ?
บทความ 06

บันทึกภาพก่อน–หลังอย่างไรให้น่าเชื่อถือ?

ภาพที่น่าเชื่อถือต้องใช้มุม ระยะ เวลา และสภาพแสงใกล้เคียงกัน พร้อมบันทึกปัจจัยในแปลง

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมพับเก็บเนื้อหา +

กำหนดจุดถ่ายภาพประจำในแปลง ใช้หลักหรือพิกัดช่วยให้กลับมาถ่ายมุมเดิมได้ ระบุวันที่ เวลา ระยะห่างจากต้น และสภาพอากาศทุกครั้ง ไม่ควรเปรียบเทียบภาพที่ถ่ายคนละมุมหรือผ่านการปรับสีต่างกันมาก

บันทึกอัตราใช้ ปริมาณน้ำ ปุ๋ย ผลิตภัณฑ์อื่น เหตุการณ์ฝนตก และการจัดการศัตรูพืช เพื่อช่วยแยกปัจจัยที่อาจมีผลต่อความเปลี่ยนแปลง หากทำได้ควรมีพื้นที่เปรียบเทียบที่จัดการเหมือนกัน

  • ✓ ถ่ายมุมและเวลาใกล้เคียงกัน
  • ✓ ไม่ใช้ฟิลเตอร์ปรับสี
  • ✓ ระบุทุกปัจจัยที่เปลี่ยนในช่วงติดตาม

USER VOICES

ตัวอย่างรูปแบบ รีวิวผู้ใช้งาน

ส
คุณสมชายข้าว · สุพรรณบุรี
ตัวอย่าง
★★★★★
“ใช้บันทึกสีใบและการแตกกอทุก 14 วัน ทำให้คุยกับทีมงานได้เป็นระบบขึ้น”
อ
คุณอรทัยลำไย · ลำพูน
ตัวอย่าง
★★★★★
“ตารางอัตราใช้เข้าใจง่าย และเตือนให้ดูเรื่องน้ำกับทรงพุ่มควบคู่กัน”
ป
คุณประสิทธิ์มันสำปะหลัง · นครราชสีมา
ตัวอย่าง
★★★★★
“ชอบแนวทางถ่ายภาพจุดเดิมก่อน–หลัง ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดขึ้น”
ว
คุณวิชัยยางพารา · สุราษฎร์ธานี
ตัวอย่าง
★★★★★
“ทีมงานช่วยอธิบายวิธีพ่นและช่วงเวลาที่เหมาะกับสภาพสวน”
น
คุณนฤมลทุเรียน · จันทบุรี
ตัวอย่าง
★★★★★
“ได้เช็กลิสต์ดูรากและการระบายน้ำ ไม่ได้มองเฉพาะสีใบอย่างเดียว”
ม
คุณมนตรีมะม่วง · ฉะเชิงเทรา
ตัวอย่าง
★★★★★
“หน้าเว็บแยกข้อมูลตามพืช จึงกลับมาเปิดดูอัตราใช้ได้สะดวก”
จ
คุณจันทร์เพ็ญลิ้นจี่ · เชียงราย
ตัวอย่าง
★★★★★
“เนื้อหาเน้นให้สังเกตอาการและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ”
ก
คุณกิตติข้าวโพด · เพชรบูรณ์
ตัวอย่าง
★★★★★
“ใช้งานตามแผนเดิมของแปลงและบันทึกผลควบคู่กันได้ง่าย”
ส
คุณสุพจน์อ้อย · กาญจนบุรี
ตัวอย่าง
★★★★★
“ชอบคำแนะนำให้พ่นช่วงเช้าและหลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัด”
ม
คุณมาลีผัก · นครปฐม
ตัวอย่าง
★★★★★
“มีคำเตือนเรื่องโรค ดิน และธาตุอาหาร ทำให้ไม่สรุปสาเหตุเร็วเกินไป”
ส
คุณสมชายข้าว · สุพรรณบุรี
ตัวอย่าง
★★★★★
“ใช้บันทึกสีใบและการแตกกอทุก 14 วัน ทำให้คุยกับทีมงานได้เป็นระบบขึ้น”
อ
คุณอรทัยลำไย · ลำพูน
ตัวอย่าง
★★★★★
“ตารางอัตราใช้เข้าใจง่าย และเตือนให้ดูเรื่องน้ำกับทรงพุ่มควบคู่กัน”
ป
คุณประสิทธิ์มันสำปะหลัง · นครราชสีมา
ตัวอย่าง
★★★★★
“ชอบแนวทางถ่ายภาพจุดเดิมก่อน–หลัง ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดขึ้น”
ว
คุณวิชัยยางพารา · สุราษฎร์ธานี
ตัวอย่าง
★★★★★
“ทีมงานช่วยอธิบายวิธีพ่นและช่วงเวลาที่เหมาะกับสภาพสวน”
น
คุณนฤมลทุเรียน · จันทบุรี
ตัวอย่าง
★★★★★
“ได้เช็กลิสต์ดูรากและการระบายน้ำ ไม่ได้มองเฉพาะสีใบอย่างเดียว”
ม
คุณมนตรีมะม่วง · ฉะเชิงเทรา
ตัวอย่าง
★★★★★
“หน้าเว็บแยกข้อมูลตามพืช จึงกลับมาเปิดดูอัตราใช้ได้สะดวก”
จ
คุณจันทร์เพ็ญลิ้นจี่ · เชียงราย
ตัวอย่าง
★★★★★
“เนื้อหาเน้นให้สังเกตอาการและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ”
ก
คุณกิตติข้าวโพด · เพชรบูรณ์
ตัวอย่าง
★★★★★
“ใช้งานตามแผนเดิมของแปลงและบันทึกผลควบคู่กันได้ง่าย”
ส
คุณสุพจน์อ้อย · กาญจนบุรี
ตัวอย่าง
★★★★★
“ชอบคำแนะนำให้พ่นช่วงเช้าและหลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัด”
ม
คุณมาลีผัก · นครปฐม
ตัวอย่าง
★★★★★
“มีคำเตือนเรื่องโรค ดิน และธาตุอาหาร ทำให้ไม่สรุปสาเหตุเร็วเกินไป”
เกษตรกรในแปลง

GROW WITH GROWERY

สมัครสมาชิกและตัวแทนจำหน่าย

สอบถามเงื่อนไข พื้นที่ให้บริการ และข้อมูลสนับสนุนกับทีมงานโดยตรง

✓ ราคาพิเศษสำหรับสมาชิก✓ สื่อส่งเสริมการขาย✓ อบรมความรู้การใช้งาน
สมัคร / ปรึกษาผ่าน LINE

FAQ

คำถามที่พบบ่อย ตอบแบบตรงประเด็น

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมพืชชนิดเข้มข้นจากสารสกัดสมุนไพรไทย มีส่วนประกอบสำคัญตามฉลาก ได้แก่ สารสกัดสมุนไพรไทย สารฟลาโวนอยด์ และสารอินทรีย์อื่น ๆ ใช้เพื่อเสริมแผนดูแลพืชและดินเดิม

ใช้กับข้าว พืชไร่ ยางพารา ผัก ไม้ผล และไม้ดอกไม้ประดับได้ โดยปรับอัตราและความถี่ตามชนิดพืช ระยะการเติบโต และสภาพแปลง

Growery เป็นอาหารเสริมพืช ไม่ใช่สารรักษาโรค หากพบอาการรุนแรงหรือแพร่กระจาย ควรเก็บตัวอย่างและปรึกษานักวิชาการเกษตรเพื่อวินิจฉัยสาเหตุ

แนะนำช่วง 05.00–09.00 น. หรือช่วงเย็นที่อากาศไม่ร้อน หลีกเลี่ยงแดดจัด ฝนตก และลมแรง

ใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนเดิมได้ แต่ควรทดลองผสมปริมาณน้อย ตรวจฉลากของทุกผลิตภัณฑ์ และหลีกเลี่ยงการผสมหลายชนิดโดยไม่มีคำแนะนำ

อาการใบเหลืองหรือโตช้าอาจมาจาก pH น้ำขัง รากเสีย โรค หรือธาตุอาหารหลายตัว การตรวจดินช่วยลดการคาดเดาและเลือกแนวทางได้ตรงสาเหตุ

มี 2 ขนาด: 10 CC ราคา 159 บาท สำหรับเริ่มทดลอง และ 100 CC ราคา 1,200 บาท สำหรับการดูแลต่อเนื่อง

โทร 098-8245955 เพื่อให้ทีมงานช่วยเลือกขนาดและอัตราใช้ตามชนิดพืช

ยังไม่แน่ใจว่าเหมาะกับพืชของคุณอย่างไร?

โทรปรึกษาทีมงานเพื่อช่วยดูข้อมูลเบื้องต้น

การวินิจฉัยโรคที่แม่นยำอาจต้องตรวจตัวอย่างโดยผู้เชี่ยวชาญ
โทรปรึกษา098-8245955ปรึกษาผ่าน LINE
☎098-8245955FacebookTikTokLINEปรึกษาทีมงาน